Forex คือ

Forex คือ
ตลาด ทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราประเทศต่างๆที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คำว่า Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange บางทีใช้คำย่อว่า FX เป็นตลาดที่แข่งขันกันระหว่างสกุลเงินต่างๆเปรียบเทียบกันสองสกุล แล้วอาศัยช่วงเวลาที่ค่าเงินขึ้นลงในการเก็งกำไร ซึ่งจะมีการขึ้นลงที่ไวมากจึงสามารถที่จะทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ก็เหมือนดาบสองคม ในทางกลับกันก็สามารถทำให้เราขาดทุนได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ผู้ที่ทำการเทรดหรือนักลงทุน จึงจำเป็นต้องมีความชำนาญอย่างมากจึงจะสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่องและใช้ เป็นอาชีพได้ ด้วยความขึ้นชื่อเรื่องการทำกำไรได้อย่างเร็วนี้ทำให้หลายคนมีความสนใจอยาก จะเข้ามาสู่วงการนี้ แต่ทั้งนี้ในประเทศไทยไม่ได้มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับการเล่นค่าเงินไว้อย่าง ชัดเจน จึงต้องทำการเทรดแบบลับลับ แต่สำหรับอีกหลายประเทศสามารถทำได้อย่างเปิดเผย

ทำความรู้จักกับการเล่น Forex ในประเทศไทย
ตาม ที่ได้กล่าวมาข้างต้น ว่าในประเทศไทยไม่ได้มีกฏหมายรองรับไว้อย่างชัดเจน จึงจะขอยกตัวอย่างการตีความของหน่วยงานภาครัฐในประเทศไทยที่ออกมาเตือนภัย เกี่ยวกับ Forex ให้ได้พิจารณากัน

โดย นางสาววราภรณ์ เนาว์โนนทอง
กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

หากกล่าวถึง “การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง ประเทศ (Forex) ” หลายคนอาจจะสงสัยว่าแท้จริงคือธุรกิจรูปแบบใด และการลงทุนในธุรกรรมดังกล่าวสามารถกระทำได้หรือไม่ นั้น
ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินตราต่างประเทศ ต้องทำกับผู้ที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เช่น ธนาคารพาณิชย์ เท่านั้น และปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย ยังไม่เคยอนุญาตบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนเงินทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งสามารถสรุปประเด็นในการทำธุรกรรมซื้อขายหรือเก็งกำไรฯ ดังกล่าวได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

1. กรณีผู้ให้บริการอยู่ในประเทศไทย การทำธุรกรรมดังกล่าวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
2. กรณีผู้ให้บริการดังกล่าวอยู่ต่างประเทศ เมื่อบุคคลในประเทศต้องโอนเงินออกไปเพื่อชำระหนี้ตามธุรกรรมซื้อขายแลก เปลี่ยนเงิน จะไม่ได้รับอนุญาตให้โอนเงินออก และมีความผิดตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย

เนื่องจากกระทรวงการคลังได้ตระหนักในปัญหาดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และได้ดำเนินการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 รวม 2 ฉบับ เพื่อให้กฎหมายครอบคลุมการกระทำความผิดและมีความชัดเจนมากขึ้น โดยฉบับที่สอง พ.ศ. 2545 นั้น เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันได้มีการหลอกลวงประชาชนให้นำเงินเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจ ซื้อขายเงินตราต่างประเทศหรือเก็งกำไร (Forex) ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนที่ถูกหลอกลวงแล้วยังเกิดความ เสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่บทบัญญัติของพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ในปัจจุบันไม่อาจใช้บังคับครอบคลุมแก่การกระทำดังกล่าวได้ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน และกำหนดให้การโฆษณาหรือประกาศ หรือการกระทำใด ๆ ให้ประชาชนนำเงินเข้ามาร่วมลงทุนลักษณะดังกล่าว เป็นความผิดฐานกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนด้วย ประกอบกับสมควรเพิ่มเติมบทบัญญัติในเรื่องการคำนวณผลประโยชน์ตอบแทนความรับ ผิดของพนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลผู้กระทำความผิด ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษหนักขึ้นเมื่อมีการกระทำความผิดซ้ำและการเนรเทศ ผู้กระทำความผิดซึ่งเป็นคนต่างด้าว รวมทั้งให้มีการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลเพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำความ ผิดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ผลจากการปรับปรุงแก้ไขพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 นี้ ทำให้บริษัทที่ทำธุรกิจ FOREX ลดความรุนแรงลงได้บ้าง แต่เนื่องจากปัจจุบันประเทศของเรากำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชนอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ในขณะที่รายจ่าย ค่าครองชีพต่างๆ กลับสวนทางกัน โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นในการอุปโภคบริโภคหลักๆ อาทิ น้ำมัน ข้าวสาร เป็นต้น และด้วยเหตุผลเหล่านี้เองทำให้ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ๆเกิด ขึ้น โดยหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ รูปแบบของธุรกิจที่เรียกว่า การซื้อขายหรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex)

บริษัทค้าเงินเถื่อนโดยทั่วไปจะลงทุนจัดตั้งบริษัทให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อลวงลูกค้าให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ได้ รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการแสดงใบอนุญาตอื่นๆที่ทางราชการออกให้ อาทิ แสดงใบอนุญาตจดทะเบียนบริษัทจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโดยแท้จริงบริษัทเหล่านี้ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย และวิธีการที่พบในปัจจุบันคือเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาเพื่อทำการชักชวนให้ร่วม ลงทุนซื้อขายเงินดอลลาร์หรือมันนี่เกมส์ โดยให้สมัครสมาชิกลงทุนกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งทางอินเตอร์เน็ตซึ่งกล่าว อ้างว่านำเงินไปลงทุนในธุรกิจคาสิโน ตลาดเงินตลาดทุน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไอทีขั้นสูงในต่างประเทศ และจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่สูง ประมาณ 2.5-3.0 % ต่อวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินการลงทุน โดยต้องลงทุนขั้นต่ำเป็นเงิน 100 เหรียญสหรัฐ หรือ 3,800 บาท และจะได้รับอีก 10-15% ของเงินลงทุนหากสามารถชักชวนผู้อื่นให้มาเป็นสมาชิกและลงทุนกับบริษัทดัง กล่าว และจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ลงทุนวัน วันละ 85 บาท เป็นเวลา 100 วัน คิดเป็นเงิน 8,500 บาท ซึ่งในเวลาต่อมาผลตอบแทนก็จะลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ ในที่สุด และบางครั้งอาจปิดเว็บไซต์หนีไป โดยที่ไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ ซึ่งการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวนอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้ว ยังเป็นการลงทุนที่ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายรองรับอีกด้วย

และหากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือหากได้รับความเสียหาย สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนมาได้ที่ กลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 โทร 02-2739021 ต่อ 2627-35 หรือศูนย์รับแจ้งการเงินนอกระบบ 1359 หรือส่งจดหมายมาได้ที่ ตู้ ปณ.1359 ปณจ. บางรัก กรุงเทพฯ 10500 หรือทางเวบไซต์ http://www.mof.go.th/fincrime2004/

ที่มาจากกลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

จากประกาศเตือนภัยข้างต้น จะเห็นได้ว่าการตีความของคำว่า Forex ผิดเพี้ยนไป โดยที่นี้จะชี้ให้เห็นว่าผิดเพี้ยน ณ จุดใด

" บริษัทค้าเงินเถื่อนโดยทั่วไปจะลงทุนจัดตั้งบริษัทให้ดูน่าเชื่อถือ เพื่อลวงลูกค้าให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศที่ได้ รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยการแสดงใบอนุญาตอื่นๆที่ทางราชการออกให้ อาทิ แสดงใบอนุญาตจดทะเบียนบริษัทจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโดยแท้จริงบริษัทเหล่านี้ไม่เคยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังกล่าว จากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย และวิธีการที่พบในปัจจุบันคือเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาเพื่อทำการชักชวนให้ร่วม ลงทุนซื้อขายเงินดอลลาร์หรือมันนี่เกมส์ โดยให้สมัครสมาชิกลงทุนกับบริษัทข้ามชาติแห่งหนึ่งทางอินเตอร์เน็ตซึ่งกล่าว อ้างว่านำเงินไปลงทุนในธุรกิจคาสิโน ตลาดเงินตลาดทุน อสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจไอทีขั้นสูงในต่างประเทศ และจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่สูง ประมาณ 2.5-3.0 % ต่อวัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินการลงทุน โดยต้องลงทุนขั้นต่ำเป็นเงิน 100 เหรียญสหรัฐ หรือ 3,800 บาท และจะได้รับอีก 10-15% ของเงินลงทุนหากสามารถชักชวนผู้อื่นให้มาเป็นสมาชิกและลงทุนกับบริษัทดัง กล่าว และจะโอนเงินเข้าบัญชีผู้ลงทุนวัน วันละ 85 บาท เป็นเวลา 100 วัน คิดเป็นเงิน 8,500 บาท ซึ่งในเวลาต่อมาผลตอบแทนก็จะลดลงเรื่อยๆจนกระทั่งไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนได้ ในที่สุด และบางครั้งอาจปิดเว็บไซต์หนีไป โดยที่ไม่สามารถเอาผิดกับใครได้ ซึ่งการลงทุนในรูปแบบดังกล่าวนอกจากจะมีความเสี่ยงสูงแล้ว ยังเป็นการลงทุนที่ในประเทศไทยไม่มีกฎหมายรองรับอีกด้วย "

ข้อ ความข้างต้น หากอ่านแล้ววิเคราะห์ดูตามความหมายแล้ว น่าจะเป็นการเตือนภัยเกี่ยวกับเรื่องของการระดมทุน หรือ เป็นที่รู้กันในเหล่านักลงทุนทางอินเตอร์เน็ตซึ่งเรียกการกระทำดังกล่าวว่า Hyip แต่ได้ถูกกลุ่มป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลังนำมาเหมารวมกับเรื่อง Forex ซึ่งเพียงแต่มีบุคคนบางกลุ่มนำเอา Forex มาใช้อ้างในการหลอกลวงเพื่อนำเงินไปลงทุนเท่านั้น

ซึ่ง ความหมายที่แท้จริงของตลาด Forex ก็ได้กล่าวไปข้างต้นก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรของ คณะเศรษฐศาสตร์ ได้อธิบายความหมายไว้ และ ตีความได้แตกต่างกับข้อความข้างต้นอย่างชัดเจน

ต่อไปจะขอยก
พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ให้ได้ตีความกันครับ


ใน พระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐ และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ.พิชเยนทรโยธิน ปรีดี พนมยงค์ ตราไว้ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้ แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของ
สภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการแลก เปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕”
มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
------------------------------------------------------------------------------------------
คัดจากราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙ ตอนที่ ๗ หน้า ๒๗๙ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๕

* มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“เงินตรา” หมายความว่า เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในประเทศไทย
“เงิน ตราต่างประเทศ” หมายความว่า เงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในประเทศอื่นใด นอกจากประเทศไทย และหมายความรวมตลอดถึงค่าแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
“ค่า แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ” หมายความว่า เงินฝากคงเหลือในธนาคาร ตั๋วแลกเงิน เช็ค ตั๋วสัญญาใช้เงิน โทรเลขสั่งโอนเงิน หนังสือสั่งโอนเงิน หรือธนาณัติ บรรดาที่จะพึงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศ
“ทองคำ” หมายความว่า เหรียญกษาปณ์ทองคำ ทองคำแท่งหรือก้อน
“หลักทรัพย์” หมายความว่า หุ้น พันธบัตร หุ้นกู้ และใบรับเงินฝาก
“เจ้าพนักงาน” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

** มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงควบคุม กำกัดหรือห้ามการปฏิบัติกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินหรือการ อื่นซึ่งมีเงินตราต่างประเทศเข้ามา เกี่ยวข้องไม่ว่าในรูปใด และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงในข้อต่อไปนี้ด้วย
------------------------------------------------------------------------------------------
* ความในมาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๒๗ หน้า ๘๒๐ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๘๖)

** ความในมาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๒๗ หน้า ๘๒๐ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๘๖)

(๑) การซื้อ การขาย การให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศหรือทองคำ
(๒) การส่งเงินตรา ธนาคารบัตร ธนาณัติ หลักทรัพย์ เงินตราต่างประเทศหรือ ทองคำออกไปนอกประเทศ
(๓) การโอนหลักทรัพย์จากประเทศไทยไปที่อื่น
(๔) การออกตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน การทำให้ตั๋วแลกเงิน หรือตั๋วสัญญา ใช้เงินเปลี่ยนมือ การโอนหลักทรัพย์ หรือการรับสภาพหนี้ อันเป็นการก่อให้เกิดหรือโอนไป ซึ่งสิทธิที่จะ ได้รับชำระเงินในประเทศไทยเป็นการตอบแทน
(ก) การรับชำระเงินหรือการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศไทย
(ข) การได้สิทธิที่จะได้รับชำระเงิน หรือการได้สิทธิที่จะได้รับมาซึ่งทรัพย์สินที่อยู่ นอกประเทศไทย รวมตลอดถึงการชำระเงินเป็นการตอบแทนการดังกล่าวนี้ด้วย
(๕) การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงิน โดยเฉพาะการนี้ถ้ารัฐมนตรีเห็นสมควรก็ให้กระทำ โดยประกาศได้
(๖) การอนุญาตให้ธนาคารหรือบุคคลอื่นใดทำการแลกเปลี่ยนเงิน
(๗) สั่งให้ขายของขาออกเป็นเงินตราต่างประเทศ หรือชำระเงินค่าของขาเข้าเป็นเงินตรา ต่างประเทศ ทั้งนี้ จะระบุชื่อเงินตราต่างประเทศนั้นด้วยก็ได้
(๘) สั่งให้ขายเงินตราต่างประเทศที่ได้มาจากของขาออก หรือซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อชำระค่าของขาเข้า ให้แก่หรือจากบุคคลที่รัฐมนตรีกำหนด และกำหนด ระยะเวลา วิธีการ และเงื่อนไขแห่งการขายและซื้อดังกล่าวนั้น
(๙) กัก กำกัดหรือห้ามการส่งออกซึ่งของ เมื่อมิได้ขายเงินตราต่างประเทศที่ได้มาจากของนั้น หรือการนำเข้าซึ่งของ เมื่อมิได้ซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อชำระค่าของนั้นตามระยะเวลา วิธีการ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้
(๑๐) กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการรับหรือการใช้จ่ายเงินที่ส่งมาจากเมืองต่างประเทศ
(๑๑) กำหนดให้ผู้ส่งของออกหรือผู้นำของเข้าแจ้งรายการเกี่ยวกับเงินที่ได้รับหรือ ได้ชำระเป็น ค่าของที่ส่งออกหรือที่นำเข้า พร้อมทั้งแจ้งรายการแห่งของนั้น

* มาตรา ๔ ทวิ ในการซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ หรือเล็ตเตอร์ออฟเครดิต และการโอนเงินระหว่างประเทศ ธนาคารหรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับอนุญาตให้ทำการแลกเปลี่ยนเงิน ต้องทำการนั้นให้ถูกต้องตามประกาศหรือคำสั่งของรัฐมนตรี

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ผู้มีทองคำ เครดิต หรือเงินตราต่างประเทศสิทธิที่จะ ได้รับเครดิตหรือเงินตราต่างประเทศ หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศให้ขายให้แก่เจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นใดที่ รัฐมนตรีกำหนด และให้รับเงินตราตามอัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐมนตรีกำหนดให้ผู้ที่ได้รับคำสั่ง ของรัฐมนตรีซึ่งได้สั่งตามความในวรรคก่อนปฏิบัติตามคำสั่งภายใน
เวลา ที่กำหนดมาตรา ๖ การซื้อขายทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๕ ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์
------------------------------------------------------------------------------------------
* ความในมาตรา ๔ ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา ๕ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๐ ตอนที่ ๒๗ หน้า ๘๒๐ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๘๖)

มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจแต่งตั้งเจ้าพนักงานและกำหนดอำนาจหน้าที่โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเกี่ยวแก่การเรียกให้แสดงสมุด บัญชี และเอกสารอันควรแก่เรื่อง

* มาตรา ๗ ทวิ เมื่อรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการตามพระราช บัญญัตินี้แทนแล้ว ให้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยแต่งตั้งพนักงานของธนาคารเป็น เจ้าพนักงานตามความในพระราชบัญญัตินี้ได้

มาตรา ๘ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ประกาศหรือคำสั่งที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกินสามปี หรือทั้งปรับทั้งจำ
** มาตรา ๘ ทวิ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบส่งหรือนำเงินออกไปนอกหรือ เข้ามาในประเทศไทย ให้ถือว่าเงินตรา เงินตราต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศ หรือหลักทรัพย์ไม่ว่าของไทยหรือต่างประเทศ เป็นของตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรการส่งหรือนำ หรือพยายามส่งหรือนำ หรือช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องด้วยประการใดๆ ในการ ส่งหรือนำเงินตรา เงินตราต่างประเทศ ธนาคารบัตรต่างประเทศ หรือหลักทรัพย์ไม่ว่าของไทยหรือ ต่างประเทศออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศไทย โดยฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใดๆ ให้ถือว่าเป็น การส่งหรือนำของต้องจำกัดออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศไทยอันเป็นความผิดตาม กฎหมาย ว่าด้วยศุลกากรด้วย และให้นำบทกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและอำนาจ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
* ความในมาตรา ๗ ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา ๖ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ พุทธศักราช ๒๔๘๖ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม
๖๐ ตอนที่ ๒๗ หน้า ๘๒๐ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๘๖)

** ความในมาตรา ๘ ทวิ เพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๗ (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑ ตอนที่ ๑๗๔ หน้า ๑ วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๗)

พนักงานศุลกากรตามกฎหมาย ว่าด้วยการนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ว่าด้วยการตรวจของ และป้องกันลักลอบหนีศุลกากร การตรวจค้น การยึดและริบของ หรือการจับกุมผู้กระทำผิด การแสดงเท็จ และการฟ้องร้อง มาใช้บังคับแก่การ กระทำดังกล่าว รวมทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี

ที่มาจากเวปไซต์ธนาคารแห่งประเทศไทย http://www.bot.or.th/Thai/LawsAndRegulations/Pages/default2.aspx

จาก พรบ.ข้างต้นการซื้อขายเงินตราต่างประเทศสามารถทำได้ แต่ต้องทำผ่านสถาบันที่ได้รับอณุญาติถูกต้องครับ

* มาตรา ๔ ทวิ ในการซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ หรือเล็ตเตอร์ออฟเครดิต และการโอนเงินระหว่างประเทศ ธนาคารหรือบุคคลอื่นใดที่ได้รับอนุญาตให้ทำการแลกเปลี่ยน
เงิน ต้องทำการนั้นให้ถูกต้องตามประกาศหรือคำสั่งของรัฐมนตรี

ซึ่ง ตีความหมายก็ คือ ถ้าซื้อขายผ่านโบร้คในไทย ผิดกฎหมายแน่นอนเพราะไม่ได้รับการอณุญาตจากรัฐมณตรี เหมือนเช่นตอนนี้มีโบร้ค โกล์ฟิวเจอร์ ในไทยได้รับอณุญาติแล้วจึงไม่ผิดกฎหมาย

ส่วนเรื่องการระดมทุนเป็นคนละส่วนกับ พรบ.นี้ครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------

ทั้งนี้ในประเทศไทยการตีความหมายยังคลุมเคลือและไม่ชัดเจน ซึ่งหวังว่าในอนาคตจะสามารถทำได้อย่างชัดเจน ดังเช่น
โกล์ ฟิวเจอร์ ในไทยซึ่งพึ่งจะได้รับอณุญาติ ให้สามารถตั้งโบร้คในไทยได้ในวันที่ 2 ก.พ 52 นี่เอง จึงทำให้ทุกอย่างเกี่ยวกับการเทรดทองคำกระจ่างขึ้นมา และทำให้นักลงทุนไทยหันมาลงทุนในตลาดค้าทองคำกันมากขึ้น